10 วิธีควบคุมความมันบนใบหน้า

ควบคุมความมันบนใบหน้า

American Academy of Dermatology Association (AADA) เป็นสถาบันผิวหนังที่ใหญ่ที่สุดใน “อเมริกา” ได้แนะนำ 10 วิธีควบคุมความมันบนใบหน้า

แม้ว่าผิวมันจะอุดตันรูขุมขนและทำให้สิวเพิ่มขึ้น แต่ผิวมันก็ยังมีประโยชน์มากมายเช่นกัน น้ำมันจะช่วยถนอมผิวและผู้ที่มีผิวมันมักจะมีผิวที่หนาขึ้นและมีริ้วรอยน้อยลง กุญแจสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างการมีน้ำมันมากเกินไปและการรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว

ความมันบนผิว

เพื่อช่วยควบคุมความมันแพทย์ผิวหนังแนะนำเคล็ดลับต่อไปนี้

  1. ล้างหน้าทุกเช้าเย็นและหลังออกกำลังกาย
    การล้างหน้าเป็นสิ่งที่ทุกคนจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นการล้างสิ่งสกปรกและกำจัดความมันต่างๆออกจากใบหน้า โดยมีข้อแนะนำเพิ่มเติมคือไม่ควรขัดหรือถูหน้าแรงๆในขณะที่ล้างหน้า แม้กระทั่งการล้างเครื่องสำอาง การขัดใบหน้าไม่ว่าจะใช้มือถูแรงๆหรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ จะทำให้ผิวหน้าดูระคายเคืองและทำให้สุขภาพผิวดูแย่ลง
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีข้อความว่า “ปราศจากน้ำมัน” และ “ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง”
    ในปัจจุบันน้ำมันหลายชนิดมีประโยชน์ต่อผิว ซึ่งการเลือกน้ำมันที่เหมาะควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวมันอุดตัน เนื่องจากหากใช้ผิดชนิดอาจจะทำให้ผิวอุดตันซึ่งเป็นบ่อเกิดของการเกิดสิวได้
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีฟองอย่างอ่อนโยน
    ความเชื่อผิดๆที่ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่แรง จะทำให้คนที่ผิวมันมีผิวแห้งได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้ผิวของเกิดการระคายเคือง และกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ควรมองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนแทน
  4. งดใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
    แอลกอฮอลมีทั้งแบบที่ดีต่อผิวหน้าและไม่ดีต่อผิวหน้า ซึ่งในบางชนิดสกัดมาจากน้ำมันธรรมชาติ เช่นน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว แต่อย่างไรก็ดี อาจจะเกิดการแพ้จากคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายได้ด้วยเช่นกัน
  5. ทาครีมบำรุงผิวทุกวัน
    แม้ว่าคุณจะมีผิวมัน แต่ก็ยังคงต้องทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้ผิวของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ เพื่อปกป้องผิวจากฝุ่นละอองสิ่งสกปรกต่างๆ รวมถึงรังสี UV จากแสงแดดที่จะทำให้ผิวดูแย่ลง
  6. ควรทาครีมกันแดดก่อนไปเจอแดดทุกครั้ง
    ครีมกันแดดช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงแดดที่อาจนำไปสู่ริ้วรอยจุดด่างดำแม้แต่มะเร็งผิวหนัง เพื่อป้องกันการเกิดสิวให้มองหาครีมกันแดดที่มีซิงค์ออกไซด์และไททาเนียมไดออกไซด์ โดยต้องเลี่ยงครีมกันแดดที่มีน้ำหอมหรือน้ำมัน
  7. เลือกเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมันและสูตรน้ำ
  8. ควรล้างเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนเข้านอน
  9. ใช้กระดาษซับมันตลอดทั้งวัน
    ค่อยๆกดกระดาษซับมันลงบนใบหน้าของ และทิ้งไว้สักครู่เพื่อดูดซับน้ำมัน อย่าถูกระดาษบนใบหน้าเพราะจะทำให้น้ำมันกระจายไปยังบริเวณอื่น ๆ
  10. เลี่ยงการสัมผัสใบหน้าของคุณตลอดเวลา
    การสัมผัสใบหน้าตลอดทั้งวันจะป็นการกระจายแบคทีเรียและความมันจากมือของคุณ โดยเฉพาะเมื่อทำความสะอาดใบหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าควรทำความสะอาดมือให้ดีก่อนทุกครั้ง

อ้างอิง
https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-basics/dry/oily-skin

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest

Related Posts

สารสกัดดอกกุหลาบ

สารสกัดดอกกุหลาบ ดอกไม้แห่งความรักกับสุขภาพผิว

ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรักถือเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่สวยที่สุดในโลก ในส่วนของการดูแลความงาม ดอกกุหลาบยังมีคุณค่าต่อผิวพรรณ และสกัดออกมาเป็น สารสกัดดอกกุหลาบ (Rose Extract) เพื่อมอบความรักให้กับสุขภาพผิว สารสกัดดอกกุหลาบ (Rose Extract) หลังจากกลีบดอกกุหลาบร่วงหมดแล้วเรามักจะทิ้งมัน แต่ความจริงแล้

บอกลาความหมองคล้ำ

บอกลาความหมองคล้ำด้วยผักและผลไม้

ผิวใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกายของเรา เมื่อเราอายุมากขึ้นการนอนไม่พอ หรือ การดื่มแอลกอฮอล์ และการดื่มน้ำไม่เพียงพออาจส่งผลให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตาได้ การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วย วิตามิน K,C,A,E อาจช่วยลดความหมองคล้ำของคุณได้ การดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรทุกวันและนอนแปดชั่วโมงทุกวันก็เป็นอีกวิธีใ

กรด Hyaluronic

ทำไมกรด Hyaluronic จึงดีต่อผิว

กรด Hyaluronic (HA) เป็นสิ่งที่ร่างกายของเราสามารถผลิตได้เอง กรดไฮยาลูโรนิกได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆมักเลือกตัว ไฮยาลูโรนิกเข้าไปในสูตร ซึ่งเป็นโปรตีนที่สนับสนุนความแข็งแรงและโครงสร้างของผิวหนังของเรา เพื่อลดโอกาสในการเกิดร

ส่วนผสม Vitamin C ในเครื่องสำอาง

ส่วนผสม Vitamin C ในเครื่องสำอาง เชื่อว่าทุกคนนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก Vitamin C เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณต่างยกให้วิตามินซีเป็นดาวเด่นในด้านการชะลอวัย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสำคัญใหม่ๆ แต่วิตามินซีก็ยังคงเป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ไม่เคยตกยุคหรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสารคลาสสิคตลอดก